ข่าวทั่วไป

พอกันทีสอนท่องจำครูพันธุ์ใหม่ลุกขึ้นมาสร้างนักเรียนพันธุ์ใหม่ให้เป็นนักคิด

12 กรกฎาคม 2569

พอกันทีสอนท่องจำครูพันธุ์ใหม่ลุกขึ้นมาสร้างนักเรียนพันธุ์ใหม่ให้เป็นนักคิด

  พาดหัวแบบนี้ อย่าเพิ่งไถฟีดหนี   ยืนยันว่าไม่ได้ขี้โม้  แต่ทำได้จริง ทำสำเร็จ แม้จะวันนี้จะมีโรงเรียนเข้าร่วมแค่  5% ก็ตาม

โครงการนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระทรวงศึกษาธิการ

ย้อนไปตั้งแต่ปี 2562  กสศ. จึงได้ริเริ่มโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนให้สามารถพัฒนาตนเองได้ทั้งระบบ (Whole School Approach)

ผลลัพธ์ที่ได้สามารถทลายกำแพงและกรอบของคำว่า Program หรือ Project  ไปสู่การเป็น Education Systems Transformation  ปีนี้ขยับเป็นโครงการขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง หรือ TSQM 

กสศ.ลมใต้ปีกแห่งการเปลี่ยนแปลง

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้ต้องการกำลังคนที่ทำสิ่งเดียวกันได้ถูกที่สุด หรือผลิตผลที่เหมือนกันมากที่สุดอีกต่อไป แต่ต้องการกำลังคนที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ตรงต่อความต้องการที่หลากหลาย เข้าใจผู้ใช้อย่างลึกซึ้ง รวดเร็ว และสร้างคุณค่าใหม่ ๆ แก่สังคม

“คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ระบบการศึกษาจะสร้างเด็กที่เรียนเก่งที่สุดได้หรือไม่  ระบบการศึกษาจะสามารถส่งเสริมให้เด็กแต่ละคนได้ค้นพบคุณค่าของตน และเติบโตเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดได้อย่างไร”

กสศ. เชื่อว่า เด็กทุกคนมีศักยภาพที่แตกต่างกัน และควรได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพนั้นอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเผชิญข้อจำกัดรูปแบบใดก็ตาม โครงการขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง หรือ TSQM  เชื่อว่าการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการเพิ่มทรัพยากรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องควบคู่ไปกับการพัฒนา “คุณภาพของโรงเรียน” ที่สามารถดูแลและช่วยเหลือเด็กแต่ละคนได้ตามความแตกต่างของผู้เรียน

” TSQM เป็น ขบวนการแห่งการเปลี่ยนแปลงทางความคิด และการขับเคลื่อนวาระคุณภาพโรงเรียน เพราะกสศ. เชื่อว่า โรงเรียนทุกแห่งมีคุณค่าของตนเอง และมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงคุณภาพ ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาบอกว่า ควรทำอะไร โรงเรียนมีอิสระในการออกแบบการพัฒนา สิ่งที่ กสศ. ทำคือการเข้าไปเป็น “ลมใต้ปีก” เชื่อมโยงองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย เป็นเพื่อนร่วมทาง และเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนได้เรียนรู้จากกันและกัน เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจากภายในโรงเรียนเอง“

การทำงานที่ผ่านมาครอบคลุมโรงเรียนกว่า 1,500 โรงเรียน   49 จังหวัด มีนักเรียนได้รับประโยชน์มากกว่า 385,000 คน   ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์พัฒนาตัวเองเป็นแกนนำการเปลี่ยนแปลง หรือ Agentic Person จำนวนมาก

มีหน่วยงานต้นสังกัดและภาคีในพื้นที่เข้ามาร่วมเชื่อมโยงแผนบูรณาการทรัพยากร และมีโรงเรียนกว่า 3,600 แห่งนำระบบ Q-Info ไปใช้ติดตามและสนับสนุนนักเรียน

ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา  ย้ำว่า  ความสำเร็จดังกล่าวไม่มีหน่วยงานใดทำได้เพียงลำพัง  แต่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของผู้บริหารสถานศึกษา ครู หน่วยงานต้นสังกัด ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ชุมชน และภาคีทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเติมพลังให้แก่กันอย่างต่อเนื่อง

สพฐ.ชื่นชมโรงเรียนไทยมีศักยภาพพร้อมพัฒนา

นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยอมรับว่า บทเรียนจากโรงเรียนต้นแบบของโครงการ TSQM  เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์และหลักฐานเชิงปฏิบัติที่มีคุณค่า  เพราะนอกจากเป็นตัวอย่างความสำเร็จของโรงเรียนแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่า  โรงเรียนไทยมีศักยภาพในการพัฒนาตนเอง หากมีเป้าหมายที่ชัดเจน ได้รับการหนุนเสริมเครื่องมือองค์ความรู้และกลไกสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม

เส้นทางความสำเร็จของโรงเรียนบ้านตะเคียนกูยวิทยา 

หนึ่งในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ TSQM   ที่เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน   คุณครู และเด็กๆ มีรอยยิ้มกว้างเพราะมีความสุขกับการเรียนในแบบที่ออกไปค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง

ดร.สุเทพ แปลงทับ   ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตะเคียนกูยวิทยา จ.สุรินทร์  ซึ่งเหลืออีก 9 ปีจะเกษียณอายุราชการ  ยังคงมีพลังและความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมที่จะพาครูและนักเรียนได้แสดงสมรรถนะของตัวเองเต็มที่

“สิ่งเป็นรูปธรรม มันชัดเจนขึ้น นักเรียนได้แสดงสมรรถนะของตนเอง  ครูมีความมั่นใจ ชุมชนยอมรับโรงเรียน  นี่คือ ผลจากการที่ได้ร่วมโครงการ ทำให้การจัดการศึกษาเป็นไปอย่างมีเป้าหมาย”

ผอ.สุเทพ ย้ำว่า การลงมือทำงาน ผู้บริหารจะต้องสร้างความเข้าใจให้ตรงกันระหว่างครู ชุมชน และนักเรียน  โดยเฉพาะกับคุณครู  จะต้องสร้างความเข้าใจว่า ไม่ได้ให้ทิ้งการสอน  ส่วนชุมชนก็ต้องทำความเข้าใจด้วยว่า โรงเรียนไม่ได้แค่พาเด็กไปเล่น ไม่งั้นจะกลายเป็นว่า ลูกหลานไม่ได้เรียนหรืออย่างไรในการเรียนแบบนี้

“นวัตกรรมหลักที่จะส่งเสริมสมรรถนะคือโครงงานนวัตกรรมเพื่อชุมชน หรือ CIP  ต้องมองให้ถึง มองให้ขาด โดยเฉพาะผู้อำนวยการโรงเรียนต้องนำพาได้ เพราะลำพังจะให้ครูฝ่ายวิชาการ ขับเคลื่อนก็จะค่อนข้างจะลำบาก การสำรวจชุมชน เหมือนจะง่ายแต่ความจริงไม่ได้ง่าย การเดินแต่ละ Step แต่ละขั้น ถ้าไม่ชัดเจนพอหรือไม่มีเครื่องมือที่ประยุกต์  เมื่อจะเดินด้วยความลำบาก ครูจะกังวล เมื่อครูกังวลแล้วจะท้อแท้และไม่เอาด้วย”

เมื่อเห็นโจทย์ตีแผ่อยู่ตรงหน้า  ผอ.สุเทพ จึงออกแบบคู่มือย่อยๆ แต่ละขั้นควบคู่กันไป เพื่อขยายทฤษฎีไปสู่ภาคปฏิบัติให้ชัดเจนมากขึ้น

“ เมื่อครูเข้าใจ ผู้ปกครองเข้าใจ นักเรียนเข้าใจ และผู้อำนวยการโรงเรียนอยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนการเดินทางเข้าสู่สมรรถนะมันจะง่ายขึ้นมาก ”

 

ครูสอนสนุกนักเรียนก็มีความสุขทั้งแซวผ้าและภาษากูย

คุณครูสุกัญญา ดวงอาจและคุณครูสุนิสา แก้วคำ  โรงเรียนบ้านตะเคียนกูยวิทยา  ทั้งคู่ภาคภูมิใจกับการทำงาน โดยเฉพาะการแซวผ้าและสอนภาษากูย ซึ่งน่าจะเป็นเพียงโรงเรียนเดียวในไทยที่เปิดสอนวิชานี้

นักเรียนที่จบไปแล้วสามารถนำการแซวผ้า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวกูยไปต่อยอดทั้งการเรียนต่อและประกอบอาชีพ

ระหว่างเรียน นักเรียนยกระดับตัวเองเป็นครูสอนเพื่อนๆ ได้

“หนูมีความสุขค่ะ เพราะว่าโรงเรียนเราได้เป็นโรงเรียนที่อนุรักษ์วัฒนธรรมชาวกูยเอาไว้”  เด็กหญิงสิริกัญญา ดวงรัตน์  นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3    ยิ้มกว้างแววตาเปี่ยมสุขเมื่อพูดถึงโรงเรียน

The Competency Forum: โรงเรียนต้นแบบสู่การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน

ข้อมูลทั้งหมดนี้ รวบรวมมาจากงาน  The Competency Forum: โรงเรียนต้นแบบสู่การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน  จัดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร  จัดโดย กสศ. มีผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู ภาคีเครือข่าย นักเรียน เข้าร่วมกว่า  600 คน   

การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนไม่ใช่เรื่องเฉพาะในห้องเรียน   แต่เป็นเรื่องของทุกภาคส่วนที่จะร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย  เพื่อให้เด็กไทยเติบโตเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด

ผู้เขียน
ปรารถนา ฉายประเสริฐ

บรรณาธิการเทคโนโลยี

More read
  • เทคโนโลยี
  • 3 กรกฎาคม 2569

OPPO Reno16 Series 5G วางขายในไทยแล้ว

Tags

  • กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
  • ห้องเรียนแสนสนุก
  • โครงการ TSQM
  • โรงเรียนบ้านตะเคียนกูยวิทยา