ฟินให้สุดราง…ไปแอ่วม่วนๆ กับขบวนรถไฟสายเหนือ
จุดเริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ เริ่มจากการติดตามไปดูการทำงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ซึ่งรับทุนสนับสนุนจาก บพข.(หน่วยบริการและจัดการทุน ด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ) ของสกสว. ในสังกัด กระทรวง อว.

Lanna Modernization Railroad Travel
เพื่อทำงานตามแผนงานวิจัยการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนเส้นทางรถไฟสายเหนือส่วนขยาย (เชียงใหม่–ลำปาง–ไปยังพิษณุโลก) ซึ่งเส้นทางของทริปนี้เป็นรอบปฐมฤกษ์ เพื่อการทดสอบสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ชื่อโครงการ Lanna Modernization Railroad Travel
เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยรถไฟ ซึ่งจะก่อให้เกิดการกระตุ้นการท่องเที่ยว กระจายรายได้ลงสู่ชุมชน
โดยมีความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ด้านการใช้ทรัพยากรเครือข่ายที่มีอยู่ร่วมกัน เพื่อผลักดันให้เกิดการเดินรถไฟท่องเที่ยวในจังหวัดภาคเหนือและในภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ และรองรับการเดินรถไฟเพื่อการท่องเที่ยวในอนาคต

ทั้งสองหน่วยงานได้นำจุดแข็งของแต่ละฝ่าย มาสร้างสรรค์เป็นการท่องเที่ยวที่แตกต่าง และยังไม่เคยเกิดขึ้นในเส้นทางใดมาก่อน โดยรถไฟจะให้บริการ เดินทางท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานบริการแบบ Luxury การตกแต่งขบวนรถไฟและห้องโดยสาร ให้มีความสวยงามแสดงออกถึงอัตลักษณ์วัฒนธรรมภาคเหนือ ช่วยให้ผู้โดยสารได้สัมผัสกลิ่นอายและบรรยากาศตลอดการเดินทาง
ก่อนหน้านี้ ม.ราชภัฏลำปาง จัดการท่องเที่ยวทางรถไฟในเส้นทางภาคเหนือมาแล้ว 4 ครั้ง ขายตั๋วหมดทุกครั้ง
ดร. ปัณณทัต กัลยา อาจารย์ประจำ คณะวิทยาการจัดการ หัวหน้าโครงการวิจัย บอกว่า การจัดการท่องเที่ยวทางรถไฟ ทุกคนมองเห็นสภาพปัญหาเดียวกัน อยากมีขบวนรถไฟท่องเที่ยวที่เป็นขบวนจริงๆ ที่ไม่ได้ไปเบียดบังการขนส่งมวลชน ซึ่งการรถไฟฯ ก็พยายามจัดหาขบวนรถไฟที่จะใช้เป็นขบวนเพื่อท่องเที่ยว แต่การรถไฟฯ ก็ยังไม่ถนัดด้านนี้ ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยผ่านโครงการวิจัย จะเป็นมิติที่จะช่วยต่อจิ๊กซอว์ด้านการท่องเที่ยว ในภาคเหนือ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ได้เห็นการขยายขึ้นมาแล้ว
ปู้นๆ ไปเที่ยวกัน
สำหรับทริป ล้านนา–สองแคว ฯ ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน คราวนี้ออกสตาร์ทจากเชียงใหม่ ฉันจึงนั่งเครื่องบินมาจากกรุงเทพฯ เลือกนอนที่โรงแรม at the train หน้าสถานีรถไฟเชียงใหม่ เพราะรถไฟออกจากเชียงใหม่ 8.30 น. ในวันรุ่งขึ้น เป็นขบวนรถไฟดีเซลรางสองตู้ เนื่องจากเป็นขบวนปฐมฤกษ์ของเส้นทางล้านนา–สองแคว ทริปนี้จึงมีทั้งระดับ VIP. นักท่องเที่ยวรับเชิญ นักท่องเที่ยวแฟนรายการวิทยุ อสมท.ลำปาง และนักท่องเที่ยวแบบจ่ายตังค์มาเอง

เส้นทางที่ 1 เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง
ตั๋วรถไฟออกแบบมาสวยงามเป็นพิเศษ เป็นทั้งตั๋วโดยสารและคูปองแลกอาหารเครื่องดื่ม
ภายในตู้รถไฟ จัดตกแต่งในสไตล์ล้านนา มีพนักงานบริการประจำทุกตู้ ระหว่างการเดินทางจะมีเสียงบรรยายทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับประวัติของการสร้างทางรถไฟ ที่เกี่ยวพันกับเมือง แต่เสียดายที่ไม่มีภาพประกอบเสียงบรรยาย ทราบมาว่า มีข้อจำกัดเรื่อง การเดินสายไฟภายในตู้โดยสาร

ลำพูน คือจุดหมายปลายทางแรก
ออกจากเชียงใหม่ สถานีแรกที่จะได้ลงไปเที่ยวคือ สถานีลำพูน มีรถรางมารับไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง สายมู สายบุญรับรองว่าถูกใจ

เริ่มด้วย กู่ช้าง กู่ม้า เป็นสุสานช้างศึก – ม้าศึก คู่บารมีของพระนางจามเทวี ด้านหน้าเป็นกู่ช้าง ส่วนกู่ม้า อยู่ด้านหลัง เป็นโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอีกแห่งหนึ่งที่ชาวลำพูนให้ความเคารพนับถือ เมื่อต้องการสิ่งใด ก็มักจะมาขอพรกันที่นี่
ได้ยินคุณลุงคุณป้าร่วมทริปบอกว่า ศักดิ์สิทธิ์มาก ขออะไรก็ได้ดั่งหวัง ฉันก็เลยรีบไปเอาดอกไม้ธูปเทียนมาจุดเร็วพลัน สาธุ รางวัลที่ 1 จงเป็นของข้าพเจ้าสักทีเถิด

กู่ช้าง ตามตำนานเล่าว่า สร้างขึ้นเพื่อบรรจุซากพระยาช้าง ชื่อ ปู่ก่ำงาเขียว หมายถึงช้างสีคล้ำ งาสีเขียว เป็นช้างคู่บารมีของ พระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย (หริภุญชัย) ช้างปู่ก่ำงาเขียวล้มเมื่อวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 พระนางจามเทวีโปรดให้นำซากช้างมาฝังไว้ที่นี่
จากนั้นขยับ ไปทำกิจกรรมที่ศูนย์การเรียนรู้การทอผ้าไหม ลำพูน ดูการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม แต่ได้ทำกิจกรรมผ้ามัดย้อม ! กิจกรรมนี้ฉันก็นั่งจิบน้ำ ดูคุณลุงคุณป้าสนุกสนานกับการมัดย้อม

พอสมควรแก่เวลา รถรางก็พาพวกเรามาที่วัดมหาวันวนาราม ต้นกำเนิดของพระรอด ซึ่งเป็น 1 ใน 5 พระเครื่องชุดเบญจภาคี ได้เข้าฐานกิจกรรมกดพิมพ์พระรอด เสียดายได้แต่กดพิมพ์พระ ทางวัดไม่ได้ให้เอาพระรอดกลับมา เพราะยังไม่ผ่านพิธีกรรมและเตาเผา
จุดหมายปลายทางต่อไป คือไปสักการะพระธาตุหริภุญชัย พระธาตุของคนเกิดปีระกา แอบบอกที่วัดพระธาตุฯ ห้องน้ำสะอาดมาก ส่วนใต้ต้นโพธิ์หน้าวัดมีร้านมุกดาเฉาก๊วยอร่อยเด็ดที่สุด

จบทัวร์สายมูก็ได้เวลาอาหารกลางวัน รถรางพากลับไปที่สถานีรถไฟลำพูน ซึ่งด้านหลังมีลานกว้างทางโครงการล้านนา–สองแควฯ ได้จัดเป็นกาดมั่ว ให้ทานอาหารพื้นเมือง มีสินค้าโอทอปให้ชอปปิงก่อนขึ้นรถไฟ มุ่งหน้าไปยังจังหวัดลำปาง

ระหว่างเส้นทาง รถไฟได้จอดที่สะพานทาชมพู เพื่อให้ลงไปถ่ายภาพวิวสวยงามของสะพานรถไฟที่เป็นโครงสร้างคอนกรีตสีขาว ปกติเราจะเห็นสะพานรถไฟเป็นโครงเหล็กสีดำ แล้วกลับขึ้นรถไฟนั่งอีกไม่นาน ลงไปยลหน้าอุโมงค์ขุนตาล อุโมงค์รถไฟยาวที่สุดในประเทศไทย แล้วต่อไปยังก็ถึงสถานีปลายทาง คือสถานีนครลำปาง
เส้นทางที่สอง ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก
นอนค้างลำปาง 1 คืน วันรุ่งขึ้นรีบกลับมาสถานีรถไฟนครลำปาง แต่เช้าตรู่ เพื่อร่วมพิธีเปิดเส้นทางปฐมฤกษ์ เส้นทางที่ 2 หลังจากทำพิธีเปิดโครงการ ขบวนรถไฟดีเซลรางปรับอากาศ หน้าต่างกว้าง แอร์เย็นฉ่ำ ก็พาเราออกจากลำปาง จุดแวะแรกคือสถานีบ้านปิน ซึ่งเด่นที่ตัวอาคารเป็นศิลปะยุโรป อายุกว่า100 ปี เป็นสถานีรถไฟแห่งแรกและแห่งเดียวของไทยที่สร้างแบบบาวาเรียน เยอรมนี ผสมผสานกับเรือนปั้นหยาของไทย ได้แวะถ่ายรูป และชอปปิงสินค้าโอทอปของชุมชนมากมาย

สถานีปางต้นผึ้ง
บรรยากาศและสถานที่เหมือนได้ย้อนอดีตกับสถานีรถไฟที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆ จุดนี้ทางชุมชนได้จัดตลาดนัดเล็ก ๆ นำสินค้าในท้องถิ่นมาขายมีทั้งทุเรียน หลิน – หลง ขนมเทียนเสวย และสินค้าโอทอปมากมาย

ก่อนจะโบกมือลาปางต้นผึ้ง มุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก สถานีปลายทางของการท่องเที่ยวทางรถไฟทริปนี้
เส้นทางนี้ทางโครงการฯเสิร์ฟอาหารกลางวัน อาหารว่างบนรถไฟ ซึ่งออกแบบให้เข้ากับธีมของสถานีบ้านปินและสถานีปางต้นผึ้ง ขอบอกว่า อร่อยมาก
จะดีกว่านี้ หากทางโครงการฯลดปริมาณขยะจากกล่องอาหาร ในแต่ละจุด ก็จะนำไปสู่การท่องเที่ยวที่สร้างความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม

ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง
รถไฟ ไม่ว่าจะเก่าหรือไม่ก็มีเสน่ห์ เพราะรถไฟผ่านหลังบ้านของเมือง ทำให้เราเห็นสิ่งต่างๆมากมาย ถ้าอยากไปเที่ยวแบบนี้ แนะนำให้กดติดตาม

เพจทีมพีอาร์การถไฟแห่งประเทศไทย https://www.facebook.com/pr.railway
เพจ Lanna Modernozation Railrode Travel https://www.facebook.com/lanna.modernization
หรือโทร.1690 call center การรถไฟฯ
แอบบอก เร็วๆ นี้ จะมีทริปเที่ยวเมืองน่าน รีบหยอดกระปุกกันค่ะ
บรรณาธิการเทคโนโลยี
เทรนด์ Wellness Tourism โอกาสครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
จิม ทอมป์สัน จับมือ DTH Travel เปิดประสบการณ์การเดินทางบนรถไฟ The Blue Jasmine
AIS เชื่อมความสุขรับสงกรานต์ 2569 คาดคนไทยอยู่บ้านกับครอบครัวเพิ่มขึ้น
นักวิจัย มจธ. ชี้ วิกฤตพลังงาน 2026 คือ “โอกาสและจุดเปลี่ยนสำคัญ” ของไทย